คณะพยาบาลศาสตร์
Faculty of Nursing, Maejo University

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมาของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

          มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีเจตนารมณ์ที่จะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนของประเทศชาติในอนาคต ประกอบกับปัจจุบันประชาชนสนใจการดูแลสุขภาพด้วยตนเองมากขึ้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจึงมีดำริจะผลิตพยาบาลวิชาชีพ และในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2563 มีมติที่ประชุมเห็นชอบให้จัดตั้งโครงการจัดเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งคณะฯ และเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ และแต่งตั้งให้ ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน อุปนายกมหาวิทยาลัย และรองศาตราจารย์ ดร.เทพ พงษ์พานิช กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นที่ปรึกษาโครงการ และได้รับการอนุมัติโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ จากสภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 โดยเหตุผลดังต่อไปนี้

        1) ปัญหาการขาดแคลนพยาบาลบวิชาชีพ จากรายงานแผนปฏิรูปกำลังคน และภารกิจบริการด้านสุขภาพของกองบริหารทรัพยากรบุคคล กระทรวงสาธารณะสุข ดังนี้ประเทศไทยในระยะ 10 ปี ข้างหน้า พ.ศ. 2570 ควรมีกําลังคนด้านพยาบาลวิชาซีพในหน่วยบริการสุขภาพ จํานวน 209, ,866 คน ต่ออัตราส่วนการดูแล ประชากรเท่ากับ 1:326 (ตามมาตรฐานสากล 1 :300 คน ขณะที่ในปัจจุบันมีอัตราส่วน 1 : 462 คน) ดังนั้น จึงต้องการจํานวนพยาบาลอีก 130,117 คน อัตราคิดเป็นร้อยละ 62 ของความต้องการกําลังคนในภาคบริการ สุขภาพทั้งหมดของประเทศ ระหว่างปี พ.ศ. 2561-2570 ควรรับพยาบาลวิชาชีพเฉลี่ยปีละ 3,992 คน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขรับได้เฉลี่ยปีละ 3,438 คน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน และทดแทนการสูญเสียกําลังคน การเพิ่มพยาบาลวิชาชีพเพื่อรองรับการขยายบริการระดับปฐมภูมิ และการยกระดับมาตรฐานบริการ จะทําให้มีอัตรากําลังของพยาบาลประมาณร้อยละ 90 ของความต้องการตลอดเวลาที่คาดประมาณการ (กฤษฎา แสวงดี, 2562)

          2) คนไทยเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขทางการแพทย์เพิ่มขึ้นทุกปี  และสังคมไทยเข้าสู่สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีความต้องการการดูแลด้านบริการสุขภาพอย่างเป็นระบบในบ้าน ชุมชน และโรงพยาบาล

          3) โรคอุบัติใหม่เกิดขึ้น เช่น ในปี ค.ศ. 2019 เกิดโรคระบาดโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส 2019 (Covid -19) ขึ้นทั่วโลก มี มีความต้องการบุคลากรวิชาชีพการพยาบาลเพิ่มมากขึ้นเพื่อรับมือกับปัญหาด้านสุขภาพ

          4) สังคมและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีผลต่อการปรับตัวและการดูแลด้านสุข ภาพจึงต้องการพยาบาลวิชาชีพมาให้การสนับสนุนเพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งสุขภาวะ

          5) มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ เนื่องจากมีคณะวิชาต่าง ๆ ที่มีศักยภาพสามารถให้การสนับสนุนด้านทรัพยากรและเทคโนโลยี รวมทั้งการเรียนการสอนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป และวิทยาศาสตร์พื้นฐานอื่น ๆ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร เป็นต้น

           ต่อมาในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 มีมติอนุมัติให้จัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ และในวันที่ 25 ธันวาคม 2563 สภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ออกประกาศมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ให้จัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์เป็นส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา หน้า 33 เล่ม 138 ตอนพิเศษ 63 ง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 ให้จัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2564

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ให้สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ เป็นสถาบันการศึกษาพี่เลี้ยงให้แก่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย รวมทั้งมีการแต่งตั้งกรรมการพัฒนาหลักสูตร กรรมการวิพากษ์หลักสูตร กรรมการอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และได้มีการร่วมกันจัดทำหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่) เพื่อเสนอต่อสภาการพยาบาลเพื่อให้การเห็นชอบหลักสูตร รวมทั้งการดำเนินโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อรับการประเมิน ประเมินความพร้อมเพื่อการขอเปิดสถาบันการศึกษาวิชาการพยาบาลและการผลิตบัณฑิตอย่างต่อเนื่อง

       วันที่ 26 เมษายน 2564 มหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ 559/2564 แต่งตั้ง อาจารย์มาลี ล้วนแก้ว เป็นผู้รักษาการแทนคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนงาน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564

       วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ได้ย้ายจากสำนักงานคณะพยาบาลศาสตร์ชั่วคราว ชั้น 2 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย ไปยังชั้น 6 อาคารวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร และในวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 4/2564 ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งหน่วยงานภายในคณะพยาบาลศาสตร์ ได้แก่ สำนักงานคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ และสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์

         วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 มีประกาศมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่งตั้ง รศ. ดร.เทพ พงษ์พานิช เป็นที่ปรึกษาอธิการบดี ในด้านการดำเนินงานของคณะพยาบาลศาสตร์

         วันที่ 17 มกราคม 2565 สภาการพยาบาลให้ความเห็นชอบหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2565) ตามหนังสือ ที่ สภ.พ.01/05/140 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565

          วันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2565 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาการพยาบาลพร้อมด้วยที่ปรึกษาคณบดี และคณบดี สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มาตรวจเยี่ยมประเมินความพร้อม เพื่อการขอเปิดสถาบันการศึกษาวิชาการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และสภาการพยาบาลได้แจ้งผลการพิจารณาการประเมิน ตามมติการประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาลวาระ พ.ศ. 2561-2565 ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 ตามหนังสือ ที่ สภ.พ.01/05/232 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ผลการพิจารณา มีดังนี้

          1) ให้ความเห็นชอบการความพร้อมของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สถาบันที่ขอเปิดดำเนินการใหม่) ในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2565)

        2) ให้ความเห็นชอบให้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รับนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2565 จำนวน 50 คน โดยการรับนักศึกษาดังกล่าวจะต้องมีอัตราส่วนจำนวนอาจารย์ประจำต่อนักศึกษาไม่เกิน 1:8 ตามข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษาวิชาการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2562

 

          3) ให้คณะพยาบาลศาสตร์ ยื่นเสนอรายงานการประเมินตนเองต่อสภาการพยาบาลเพื่อขอรับรองสถาบันการศึกษาครั้งต่อไปภายใน 6 เดือน ก่อนเปิดภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2566

          ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครั้งที่ 2/2565 วันที่ 5 มีนาคม 2565 ให้ความเห็นชอบและอนุมัติหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2565)

          คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดสอนนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2565) รุ่นแรกในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 จำนวน 55 คน

          ต่อมาสภามหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งที่ 6/2566 ลงวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ และเมื่อการสรรหาได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วจึงได้มีคำสั่งสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่ 15/2566 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 แต่งตั้ง อาจารย์มาลี ล้วนแก้ว เป็นคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 

ชื่อและสถานที่ตั้ง

          ชื่อคณะ ภาษาไทย        :         คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

                   ภาษาอังกฤษ       :         Faculty of Nursing

          ที่ตั้ง     อาคารเรียนรวมสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 6 มหาวิทยาลัยแม่โจ้

                   ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

          เว็บไซต์ https://nurse.mju.ac.th และ https://www.facebook.com/maejonurse

 

ตราสัญญลักษณ์ สี และดอกไม้ประจำคณะพยาบาล

 สัญลักษณ์คณะพยาบาลศาสตร์

                              

พระพิรุณทรงนาคบนพื้นขาว อยู่บนตัวอักษรสีเขียว “แม่โจ้ ๒๔๗๗” (ปีที่ก่อตั้ง)  กรอบสีเขียวมีตัวอักษรสีขาวชื่อมหาวิทยาลัยเป็นภาษาไทยอยู่ข้างบนภาษาอังกฤษอยู่ข้างล่าง คั่นด้วยลายดอกประจำยามซ้าย-ขวา มีขอบนอกเป็นสีทอง ใต้กรอบวงกลมสีเขียว เป็นตัวอักษรสีเขียวชื่อคณะเป็นภาษาไทยอยู่บนชื่อ คณะเป็นภาษาอังกฤษสีดำ

สัญลักษณ์ตะเกียง

ตราสัญลักษณ์รูปตะเกียงสีน้ำเงินด้านล่างมีตัวเลข ๒๕๖๔ เป็นปีที่เริ่มจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ล้อมรอบด้วยเส้นรอบวงกลมสีเขียว ด้านบนมีอักษรชื่อ คณะพยาบาลศาสตร์ ด้านล่างมีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยแม่โจ้

สีประจำคณะ : สีฟ้าไพลิน

ไพลินเป็นอัญมณีแห่งคุณธรรมม

สีฟ้าไพลิน หมายถึง ความมั่นคง ความซื่อสัตย์ และศรัทธาต่อตนเอง

 

ดอกไม้ประจำคณะ : ดอกแก้ว

          เป็นไม้มงคล ตัวแทนของคุณงามความดี มีดอกไม้สีขาวที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตลอดเวลา มีดอกเป็นช่อสีขาวนวล มีขนาดเล็ก กลีบดอกโค้งมนและมีเกสรสีเขียวอมเหลือง ถือเป็นดอกไม้แห่งความบริสุทธิ์ ที่มีคุณค่าเปรียบกับพยาบาลในชุดสีขาวที่เปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ใจ เอื้ออาทร มีเมตตากรุณา เต็มใจดูแลสุขภาพของปวงประชาทั้งกายและใจ รวมทั้งมีความรักสามัคคีในหมู่คณะและธำรงคุณค่าแห่งวิชาชีพเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป

ปรัชญา

ปรัชญามหาวิทยาลัย

          “มุ่งมุ่นพัฒนาบัณฑิตสู่ความเป็นผู้อุดมด้วยปัญญา อดทน สู้งาน เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อความ เจริญรุ่งเรืองวัฒนาของสังคมไทยที่มีการเกษตรเป็นรากฐาน”

 

ปรัชญาการศึกษามหาวิทยาลัย

          “จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างปัญญาในรูปแบบการเรียนรู้จากการปฏิบัติที่บูรณาการกับการทำงานตาม อมตะโอวาท งานหนักไม่เคยฆ่าคน มุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถพัฒนาทักษะเดิมสร้างเสริม ทักษะใหม่ มีวิธีคิดของการเป็นผู้ประกอบการ มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร มีความตระหนักต่อสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ยึดมั่นในความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ตามจุดยืนของมหาวิทยาลัยแม่ โจ้ที่ว่า มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต”

ปรัชญาคณะพยาบาลศาสตร์

          คณะพยาบาลศาสตร์ มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตพยาบาลให้เป็นผู้มีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ มีความรู้ เกี่ยวกับศาสตร์เกษตรด้านอาหารเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ มีภาวะผู้นำ อดทนสู้งาน มีจิตอาสา

ปรัชญาการศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์

          จัดการศึกษาเพื่อส่งเสริม ป้องกัน ดูแล และฟื้นฟูสุขภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชน สอดคล้องกับ บริบททางสังคมพหุวัฒนธรรมของผู้รับบริการ มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แบบเชิงรุกผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดย ประยุกต์ศาสตร์และศิลป์ทางการพยาบาลแบบองค์รวม มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร การเรียนรู้ ตลอดชีวิต มีวิธีคิดของการเป็นผู้ประกอบการ ภาวะผู้นำ ทำงานเป็นทีม และจิตอาสา

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อผลิตบัณฑิตพยาบาลให้มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ทางการพยาบาล การผดุงครรภ์ และ ศาสตร์เกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ
  2. เพื่อผลิตผลงานวิจัย ทางการพยาบาลและนวัตกรรมสุขภาพที่มีการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตร และอาหารเพื่อสุขภาพของบุคคลทุกช่วงวัย
  3. เพื่อให้บริการวิชาการด้านสุขภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และความร่วมมือในระดับชาติ
  4. เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  5. เพื่อสร้างและพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความโปร่งใส

วิสัยทัศน์

วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย

          เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเป็นเลิศทางการเกษตรสุขภาวะในระดับนานาชาติ”

คำอธิบายวิสัยทัศน์ : เป็นมหาวิทยาลัยที่มีเครือข่ายความร่วมมือเชิงวิชาการ สร้างความรู้ใหม่ทางการเกษตรที่ คำนึงถึงความสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความผาสุกของสังคมโดยรวม รวมถึงการดูแล สุขภาพภาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาของกษตรกรและประชาชนในชุมชน มีความโดดเด่นในด้านการเกษตร อัจฉริยะ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี (Intelligent Well-being Agriculture (IWA)) ด้วยบุคลากรที่มีทักษะระดับมือ อาชีพ และการบริหารจัดการที่มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศในระดับสากลบนตัวตนของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

          คณะพยาบาลศาสตร์ ได้จัดโครงการสัมมนา “ทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) และจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่                 7-8 สิงหาคม 2568 โดยมีบุคลากรของคณะเข้าร่วมทบทวนแผน โดยเริ่มจากนำข้อมูลผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการคณะ ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ ปัจจุบัน ข้อมูลการประกันคุณภาพในระดับหลักสูตร/คณะ ข้อมูลความคิดเห็นของ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของคณะ ข้อมูลการวิเคราะห์ SWOT คณะ ข้อมูลนโยบาย และแผนต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับประเทศ กระทรวง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สภาการพยาบาล นำมาเป็นข้อมูลประกอบการสร้างฉากทัศน์ (Scenario) ของคณะ พยาบาลศาสตร์ เพื่อทบทวนวิสัยทัศน์ของคณะพยาบาลศาสตร์ สามารถบรรลุวิสัยทัศน์หรือไม่

          บุคลากรของคณะฯได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ได้มีการอภิปรายและให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับการ ทบทวน วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ ปรัชญาคณะ ปรัชญาการศึกษาคณะ พันธกิจ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ค่านิยม หลักและวัฒนธรรมองค์กร นอกจากนี้ได้กำหนดสมรรถนะหลักของคณะ กำหนดคู่เทียบของหลักสูตรพยาบาลศา สตรบัณฑิต และคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งทุกคนได้ยอมรับร่วมกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน ดังนี้

 

วิสัยทัศน์คณะพยาบาลศาสตร์

ขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศด้านการพยาบาลและนวัตกรรมสุขภาพ ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตร และอาหารเพื่อสุขภาพของบุคคลทุกช่วงวัย ในระดับชาติ" ภายในปี พ.ศ. 2571”

 

 นิยามศัพท์วิสัยทัศน์ : ขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศ : ผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและบูรณาการกับการเรียนการสอนและการบริการ วิชาการแก่ชุมชน

ทุกช่วงวัย : ทารกในครรภ์ วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยผู้สูงอายุ

ด้านการพยาบาลและนวัตกรรมสุขภาพ : กระบวนการ แนวคิด หรือผลงานที่สร้างขึ้นใหม่ หรือได้รับการพัฒนา และปรับปรุงจากของเดิม โดยอาศัยความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พยาบาลศาสตร์และ สังคมศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการพยาบาลและระบบสุขภาพ ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพใน มิติกาย จิตใจ สังคม และปัญญา

บูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพของบุคคลทุกช่วงวัย : เป็นการนำองค์ความรู้ทางการ พยาบาลร่วมกับศาสตร์เกษตร และอาหารสุขภาพ เพื่อดูแลสุขภาพของบุคคลทุกช่วงวัย

 

ตัวชี้วัดวิสัยทัศน์ :

  1. จำนวนผลงานวิจัยทางการพยาบาลและนวัตกรรมสุขภาพมีการบูรณาการการองค์ความรู้ด้านเกษตร และอาหารเพื่อสุขภาพของบุคคลทุกช่วงวัย อย่างน้อย 1 เรื่อง/ปี
  2. จำนวนการนำผลงานวิจัยมาบูรณาการกับการเรียนการสอนและบริการวิชาการอย่างน้อย 1 เรื่อง/ปี
  3. จำนวนการนำผลงานวิจัยทางการพยาบาลและนวัตกรรมสุขภาพไปใช้ประโยชน์อย่างน้อย 1 เรื่อง/ปี
  4. ผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงในฐาน TCI1/Scopus อย่างน้อย 5 เรื่อง/ปี

พันธกิจ

พันธกิจ

  1. ผลิตบัณฑิตพยาบาลที่มีคุณภาพ ใช้นวัตกรรมสุขภาพ บูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรและอาหาร เพื่อ พัฒนาสุขภาวะของประชาชนในระดับชาติ
  2. ผลิตผลงานวิจัย ทางการพยาบาลและนวัตกรรมสุขภาพที่มีการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรและ อาหารเพื่อสุขภาพของบุคคลทุกช่วงวัย เพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะและเศรษฐกิจ
  3. บริการวิชาการแก่สังคม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและความร่วมมือในระดับชาติ ด้วยการ บูรณาการวิชาชีพพยาบาลกับองค์ความรู้ด้านเกษตรและอาหาร
  4. ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็งและบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่ดีงาม
  5. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น ทันสมัย และมีธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนพันธกิจอย่างมี ประสิทธิภาพ

อัตลักษณ์บัณฑิต

          งามสง่า จิตอาสา อดทนสู้งาน

นิยามศัพท์อัตลักษณ์บัณฑิต

          ซึ่งมีคุณลักษณะพิเศษที่ต้องเพิ่มเติมจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรและสดคล้องกับปรัชญาการศึกษา ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมีแนวทางการพัฒนา

          งามสง่า : มีความสามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางสุขภาพและทางการพยาบาล

          จิตอาสา : จิตสำนึกเพื่อส่วนร่วม มีความเสียสละ ด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน

          อดทนสู้งาน : ความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่องานและผลของงาน

เอกลักษณ์

          เป็นนักปฏิบัติที่เชียวชาญในวิชาชีพการพยาบาล

          คณะฯได้เล็งเห็นความสำคัญของค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรของคณะพยาบาลศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่จะขับเคลื่อนให้คณะฯสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของคณะได้ จึงได้ทำการวิเคราะห์ ตนเอง คิด พิจารณา ว่าในตัวของบุคลากร (คณาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน) จะมีค่านิยมและวัฒนธรรม องค์กรแบบใด ที่จะสามารถผลักดันให้บรรลุเป้าหมายได้ ซึ่งได้ทำการหารือกัน ในช่วงที่จัดโครงการทบทวนแผน ของคณะ เมื่อวันที่ 7-8 สิงหาคม 2568 ซึ่งทางคณะได้ใช้หลักการที่ชี้นำและพฤติกรรมที่หล่อหลอมวิถีทางที่คณะ และบุคลากรพึงปฏิบัติ รวมถึงวัฒนธรรมที่มีความเชื่อ บรรทัดฐานและค่านิยมที่ใช้ร่วมกันที่สะท้อนลักษณะเฉพาะ ของบุคลากรและแสดงให้เห็นภายในคณะ จึงได้ค่านิยมและวัฒนธรรมคณะฯ ดังนี้

ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร : HEART = อ่านว่า “ฮาร์ท” = “หัวใจ”

H = Holistic care การดูแลแบบองค์รวม

E = Empathy ความเห็นอกเห็นใจ Endurance อดทน สู้งาน

A = Adaptation and Agri-based Innovation การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และใช้นวัตกรรมจากฐานเกษตร ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเทคโนโลยีสร้างสุขภาพที่ดีทุกช่วงวัย

R = Responsibility and Accountability มีจิตอาสา มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

T = Team work การทำงานเป็นทีม

          การกำหนดสมรรถนะหลักของคณะ ทางคณะได้จัดโครงการทบทวนแผนของคณะ เมื่อวันที่ 7-8 สิงหาคม 2568 บุคลากรของคณะได้ร่วมกันพิจารณาและกำหนดสมรรถนะหลักของคณะ โดยใช้เครื่องมือ VRIO Framework เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์สมรรถนะหลัก ดังนี้

          Valuable (V) ความสามารถ/ทรัพยากรของ องค์กรที่ช่วยให้บรรลุพันธกิจ วิสัยทัศน์ รวมถึงช่วยให้ องค์กรมีผลการดำเนินการที่บรรลุเป้าหมาย

          Rare (R) ความสามารถ/ทรัพยากรที่องค์กรมีเป็นสิ่งที่หายาก

          Inimitable (I) ความสามารถ/ทรัพยากรที่องค์กรมีเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ยาก

          Organized (O) ความสามารถ/ทรัพยากรที่องค์กรมีสามารถนำมาใช้บริหารจัดการให้เกิดประโยชน์

จึงได้วิเคราะห์สมรรถนะหลักขององค์กร ดังนี้

          คุณค่า : บุคลากรมีความรู้และเชี่ยวชาญด้านสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งเป็นสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน        หายาก : พยาบาลที่ใช้องค์ความรู้ศาสตร์เกษตรเพื่อสร้างสุขภาวะ

          เลียนแบบ : พยาบาลที่ใช้องค์ความรู้ศาสตร์เกษตรเพื่อสร้างสุขภาวะ

          เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : บุคลากรสามารถนำความรู้ทางด้านสุขภาพ มาบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เกษตรและอาหารเพื่อดูแลสุขภาพของบุคคลทุกช่วงวัย

          ดังนั้น หลังจากบุคลากรได้วิเคราะห์แล้ว จึงมีมติกำหนดสมรรถะหลักของคณะ ดังนี้

สมรรถนะหลักขององค์กร :

สร้างงานวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ โดยใช้องค์ความรู้ศาสตร์เกษตรเพื่อสร้างสุขภาวะ”

คู่เทียบหลักสูตรและคณะ คือ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก คณะได้พิจารณาเห็นว่า คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก จัดตั้งปี พ.ศ. 2560 เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2562 มีบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนวิชาการใกล้เคียงกันมี ขนาดบุคลากรใกล้เคียงกัน จึงกำหนดเป็นคู่เทียบระดับหลักสูตร และระดับคณะ